คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car

ตอนนี้ตลาดรถยนต์มือสอง (Used car, Second hand car) แพร่หลายเพิ่มมากขึ้นกว่าอดีตมาก บางทีอาจเนื่องจากตลาดรถยนต์มือสอง (used car market) มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่ถูกใจซื้อรถใหม่ก็ชอบต่อรถยนต์กันบ่อยครั้งขึ้น ในขณะที่ผู้ที่นิยมรถยนต์มือสองก็ยินดีที่จะใช้รถยนต์มือสองที่ภาวะยังดี รวมทั้งยังมีสมรรถนะ (performance) ดี ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมค่อนข้างจะมาก และไม่จะต้องชำระเงินเป็นจำนวนมากสำหรับเพื่อการซื้อรถยนต์มือชั้นยอดป้ายแดง ซึ่งรวมทั้งการชำระเงินค่าภาษีอากรรถยนต์ใหม่ (sales tax on new car) ด้วย วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง วิธีการเลือกซื้อรถยนต์มือสอง พร้อมกับศึกษาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เผชิญในแวดวงกลุ่มนี้กัน ก่อนอื่นเลย ขอแนะนำประเภทของรถยนต์ต่างๆกันเสียก่อน รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนนั้นมีหลายชนิดมาก ขึ้นอยู่กับความชอบและก็รูปแบบการใช้งานของแต่ละคน แบ่งออกเป็น 7 ประเภทสำคัญๆได้ตามนี้ 1. รถเก๋ง หรือ Sedan2. รถเก๋ง 5 ประตู หรือ Hatchback3. รถยนต์เอนกประสงค์ หรือ Sport Utility Vehicle (SUV)4. รถสปอร์ต หรือ Sports car5. รถปิคอัพ หรือ Pick up truck6. รถตู้ หรือ Van7. มอเตอร์ไซค์ หรือ Motorcycleเพียงพอเลือกสไตล์ที่ใช่ จากแบรนด์ที่ถูกใจได้แล้ว พวกเราก็มาดูลักษณะ คุณลักษณะ หรือที่พวกเราเรียกกันว่า function ของรถยนต์กันบ้าง พวก function ที่เป็นลักษณะเด่นๆของรถยนต์ ที่จะทำให้รถของพวกเราแตกต่างจากรถยนต์รุ่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ไฟตัดหมอก (fog light) แอร์อัตโนมัติ (automatic air conditioner) หลังคารับแดด (sunroof) หลังคาเปิดประทุน (convertible roof) ระบบสตาร์ทด้วยผู้กระทำดปุ่ม (push start engine) เกียร์อัตโนมัติ (Automatic gear) เกียร์ปกติ (manual gear) ฯลฯ รวมทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ๆบางรุ่นยังมีระบบเคลื่อนแบบผสมทั้งยังกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่และก็ระบบน้ำมัน ที่เราเรียกกันว่า Hybrid car อีกด้วย ซึ่งรถยนต์รุ่นพวกนี้จะแพงสูงมากมายเมื่อเปิดตัวออกสู่ตลาดใหม่ๆแม้กระนั้นราคาตกลง (price down) มากเช่นเดียวกันเมื่อถูกขายเป็นรถยนต์มือสอง ยิ่งกว่านั้น ยังมีสิ่งสำคัญที่พวกเราควรนึกถึงเป็นอย่างมาก เวลาจะเลือกซื้อรถยนต์มือสอง อาทิเช่น ปริมาณผู้ครอบครองรถยนต์คันนั้นก่อนหน้าที่จะมาขายให้เรา Number of previous owners) ระยะทางที่รถยนต์ถูกใช้งานมา (mileage validation) เนื่องจากว่าถ้าหากรถยนต์ถูกใช้งานมามาก ก็บางครั้งก็อาจจะสลายตัวไปๆมาๆกกว่ารถยนต์ที่ถูกใช้งานมาน้อยกว่า สาเหตุอื่นๆได้แก่ อุบัติเหตุหรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติ (Accident or Natural disaster) ไม่ว่าจะเป็น รถถูกชน(crash) มาหรือไม่ ผ่านการซ่อมมาแล้วเยอะแยะหรือเปล่า (repair) หรือถูกขโมย (stolen car) มาหรือเปล่า หรือถูกอุทกภัยมาก่อนมั้ย (flood) สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภครถยนต์มือสองต้องพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน แล้วเมื่อใคร่ครวญก็ดี ก็ควรจะขอทดสอบขับ (test drive) ดูด้วย ว่ารถคันที่พวกเราพอใจขับรถเป็นยังไงบ้าง รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบกิจการตัดสินใจ (make a decision) ก่อนจะทำความตกลงจำหน่ายถัดไป ต่อนี้ไป พอเลือกคันที่ใช่ได้แล้ว ลำดับต่อไปก็เป็นขั้นตอนการจำหน่าย โดยอาจเป็นการเจรจาต่อรอง (negotiation) กับเจ้าของรถยนต์ (car’s owner) โดยตรง หรือพูดจาผ่านกับพนักงานที่มีหน้าที่ขายรถยนต์มือสอง (used car sales person)ตามศูนย์รวมรวบรถยนต์มือสองก็ได้ สิ่งที่ผู้ซื้อรถยนต์มือสองจำเป็นที่จะต้องนึกถึงก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการซื้อรถยนต์มือหนึ่งเยอะแค่ไหนค่ะ เริ่มจาก เราจะซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด (pay by cash) หรือว่าจะซื้อแบบเงินผ่อน (installment) การซื้อแบบเงินสดก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายแล้วจบกันไป แม้กระนั้นหากซื้อแบบเงินผ่อนจะมีขั้นตอนเยอะขึ้นหน่อย และอาจต้องแบกภาระดอกเบี้ย (interest) มากขึ้นจากยอดซื้อด้วย โดยคนซื้อจะต้องชำระเงินดาวน์ (down payment) ถ้าหากจ่ายเงินมาก ก็เหลือยอดที่ต้องผ่อนหนี้รายเดือน (monthly installment) ลดลง สุดท้าย พวกเรามาทดลองดูวิธีการใช้ประโยคสัก 2-3 ประโยค หากเราจะซักถามเรื่องรถยนต์มือสองกันดูบ้าง What ‘s theContinue reading “คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car”

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car

ทุกๆวันนี้ตลาดรถยนต์มือสอง (Used car, Second hand car) แพร่หลายเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าสมัยก่อนมาก อาจด้วยเหตุว่าตลาดรถยนต์มือสอง (used car market) มีมากยิ่งขึ้น ผู้ที่ชอบซื้อรถใหม่ก็ถูกใจต่อรถยนต์กันบ่อยขึ้น ตอนที่ผู้ที่นิยมรถยนต์มือสองก็ยินดีที่จะใช้รถยนต์มือสองที่สภาพยังดี และยังมีสมรรถนะ (performance) ดี ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมค่อนข้างมากมาย และไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินจำนวนหลายชิ้นในการซื้อรถยนต์มือชั้นยอดป้ายแดง ซึ่งรวมทั้งการจ่ายเงินค่าภาษีรถยนต์ใหม่ (sales tax on new car) ด้วย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง ขั้นตอนการเลือกซื้อรถยนต์มือสอง พร้อมกับศึกษาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่พบเห็นในแวดวงเหล่านี้กัน ข้อแรกเลย ขอเสนอแนะประเภทของรถยนต์ต่างๆกันเสียก่อน รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนนั้นมีหลายชนิดมาก ขึ้นอยู่กับความพอใจรวมทั้งลักษณะของการนำไปใช้งานของแต่ละคน แบ่งได้ 7 จำพวกหลักๆได้ตามนี้ 1. รถเก๋ง หรือ Sedan2. รถเก๋ง 5 ประตู หรือ Hatchback3. รถยนต์เอนกประสงค์ หรือ Sport Utility Vehicle (SUV)4. รถยนต์สปอร์ต หรือ Sports car5. รถกระบะ หรือ Pick up truck6. รถตู้ หรือ Van7. รถเครื่อง หรือ Motorcycleพอเลือกสไตล์ที่ใช่ จากยี่ห้อที่ชอบได้แล้ว เราก็มาดูลักษณะ คุณสมบัติ หรือที่เราเรียกกันว่า function ของรถยนต์กันบ้าง พวก function ที่เป็นจุดเด่นๆของรถยนต์ ที่จะทำให้รถยนต์ของเราไม่เหมือนกับรถยนต์รุ่นเดียวกัน ได้แก่ ไฟตัดหมอก (fog light) แอร์อัตโนมัติ (automatic air conditioner) หลังคารับแดด (sunroof) หลังคาเปิดหลังคา (convertible roof) ระบบสตาร์ทด้วยผู้กระทำดปุ่ม (push start engine) เกียร์อัตโนมัติ (Automatic gear) เกียร์ปกติ (manual gear) ฯลฯ และรถยนต์รุ่นใหม่ๆบางรุ่นยังมีระบบระเบียบเคลื่อนแบบประสมประสานอีกทั้งกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แล้วก็ระบบน้ำมัน ที่พวกเราเรียกกันว่า Hybrid car อีกด้วย ซึ่งรถยนต์รุ่นเหล่านี้จะมีราคาสูงมากมายเมื่อเปิดตัวออกสู่ตลาดใหม่ๆแต่ว่าราคาตกลง (price down) มากเช่นกันเมื่อถูกขายเป็นรถยนต์มือสอง นอกนั้น ยังมีสิ่งจำเป็นที่เราควรพิจารณาถึงเป็นอย่างมาก เวลาจะเลือกซื้อรถยนต์มือสอง ได้แก่ จำนวนผู้ครอบครองรถยนต์คันนั้นก่อนหน้าที่จะมาขายให้เรา Number of previous owners) ระยะทางที่รถยนต์ถูกใช้งานมา (mileage validation) เพราะว่าถ้าเกิดรถยนต์ถูกใช้งานมามากมาย ก็อาจจะหมดสภาพไปมากกว่ารถที่ถูกใช้งานมาน้อยกว่า ต้นสายปลายเหตุอื่นๆตัวอย่างเช่น อุบัติเหตุหรือภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ (Accident or Natural disaster) ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ถูกชน(crash) มาหรือไม่ ผ่านการซ่อมแซมมาแล้วเยอะหรือไม่ (repair) หรือถูกลักขโมย (stolen car) มาหรือไม่ หรือถูกน้ำท่วมมาก่อนมั้ย (flood) สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อรถยนต์มือสองจำต้องพินิจพิเคราะห์ให้ละเอียด แล้วเมื่อพินิจก็ดีแล้ว ก็ควรจะขอทดลองขับ (test drive) ดูด้วย ว่ารถยนต์คันที่พวกเราสนใจขับรถเป็นเยี่ยงไรบ้าง และก็ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตกลงใจ (make a decision) ก่อนจะทำความตกลงซื้อขายต่อไป ต่อนี้ไป พอเลือกคันที่ใช่ได้แล้ว ลำดับต่อไปก็เป็นกรรมวิธีซื้อขาย โดยบางทีอาจเป็นการสนทนาต่อรอง (negotiation) กับผู้ครอบครองรถ (car’s owner) โดยตรง หรือพูดจาผ่านกับพนักงานที่ทำหน้าที่ขายรถยนต์มือสอง (used car sales person)ตามศูนย์รวมรวบรถยนต์มือสองก็ได้ สิ่งที่ผู้บริโภครถยนต์มือสองต้องคำนึงถึงก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการซื้อรถยนต์มือหนึ่งเท่าไหร่จ้ะ เริ่มจาก เราจะซื้อรถด้วยเงินสด (pay by cash) หรือว่าจะซื้อแบบเงินผ่อน (installment) การซื้อแบบเงินสดก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายแล้วจบกันไป แม้กระนั้นถ้าเกิดซื้อแบบเงินผ่อนจะมีขั้นตอนเยอะขึ้นหน่อย และอาจจะต้องรับภาระดอกเบี้ย (interest) มากขึ้นจากยอดซื้อด้วย โดยผู้บริโภคจำเป็นจะต้องจ่ายเงินดาวน์ (down payment) หากจ่ายเงินเยอะแยะ ก็เหลือยอดที่จะต้องผ่อนส่งทุกเดือน (monthly installment) ลดลง สุดท้ายนี้ เรามาทดลองดูวิธีการใช้ประโยคสัก 2-3 ประโยค ถ้าเราจะซักถามเรื่องรถยนต์มือสองกันดูบ้าง What ‘s theContinue reading “คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car”

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car

ทุกวันนี้ตลาดรถยนต์มือสอง (Used car, Second hand car) แพร่หลายเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าสมัยก่อนมากมาย บางทีอาจเนื่องจากว่าตลาดรถยนต์มือสอง (used car market) มีเยอะขึ้น คนที่ถูกใจซื้อรถใหม่ก็ถูกใจต่อรถยนต์กันบ่อยขึ้น ในขณะที่ผู้ที่นิยมรถยนต์มือสองก็ยินดีที่จะใช้รถยนต์มือสองที่ภาวะยังดี และยังมีสมรรถนะ (performance) ดี ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมออกจะมาก และไม่จะต้องชำระเงินเป็นจำนวนมากสำหรับการซื้อรถยนต์มือชั้นยอดป้ายแดง ซึ่งรวมทั้งการจ่ายเงินค่าภาษีอากรรถยนต์ใหม่ (sales tax on new car) ด้วย วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง กรรมวิธีเลือกซื้อรถยนต์มือสอง พร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เผชิญในวงการกลุ่มนี้กัน อันดับแรกเลย ขอแนะนำจำพวกของรถยนต์ต่างๆกันเสียก่อน รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนนั้นมีหลากหลายประเภทมาก ขึ้นกับความพอใจและลักษณะการนำไปใช้งานของแต่ละคน แบ่งได้ 7 ชนิดสำคัญๆได้ตามนี้ 1. รถเก๋ง หรือ Sedan2. รถเก๋ง 5 ประตู หรือ Hatchback3. รถยนต์เอนกประสงค์ หรือ Sport Utility Vehicle (SUV)4. รถสปอร์ต หรือ Sports car5. รถกระบะ หรือ Pick up truck6. รถตู้ หรือ Van7. รถจักรยานยนต์ หรือ Motorcycleเพียงพอเลือกสไตล์ที่ใช่ จากยี่ห้อที่ถูกใจได้แล้ว เราก็มาดูลักษณะ คุณสมบัติ หรือที่พวกเราเรียกกันว่า function ของรถยนต์กันบ้าง พวก function ที่เป็นลักษณะเด่นๆของรถยนต์ ที่จะทำให้รถยนต์ของพวกเราต่างจากรถยนต์รุ่นเดียวกัน ดังเช่น ไฟตัดหมอก (fog light) แอร์อัตโนมัติ (automatic air conditioner) หลังคารับแดด (sunroof) หลังคาเปิดหลังคา (convertible roof) ระบบสตาร์ทด้วยการกดปุ่ม (push start engine) เกียร์อัตโนมัติ (Automatic gear) เกียร์ธรรมดา (manual gear) เป็นต้น และก็รถยนต์แบบใหม่ๆบางรุ่นยังมีระบบเคลื่อนแบบประสมประสานทั้งกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แล้วก็ระบบน้ำมัน ที่เราเรียกกันว่า Hybrid car อีกด้วย ซึ่งรถยนต์รุ่นเหล่านี้จะราคาแพงสูงมากมายเมื่อเปิดตัวออกสู่ตลาดใหม่ๆแต่ราคาตกลง (price down) มากเช่นเดียวกันเมื่อถูกขายเป็นรถยนต์มือสอง นอกจากนี้ ยังมีสิ่งสำคัญที่พวกเราควรจะพิจารณาถึงอย่างยิ่ง เวลาจะเลือกซื้อรถยนต์มือสอง เช่น จำนวนเจ้าของรถยนต์คันนั้นก่อนหน้าที่จะมาขายให้เรา Number of previous owners) ระยะทางที่รถยนต์ถูกใช้งานมา (mileage validation) ด้วยเหตุว่าหากรถยนต์ถูกใช้งานมาเยอะแยะ ก็อาจจะหมดสภาพไปมากกว่ารถยนต์ที่ถูกใช้งานมาน้อชูว่า เหตุอื่นๆเช่น อุบัติเหตุหรือภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ (Accident or Natural disaster) ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ถูกชน(crash) มาหรือเปล่า ผ่านการซ่อมมาแล้วมากมายไหม (repair) หรือถูกลักขโมย (stolen car) มาหรือไม่ หรือถูกน้ำท่วมมาก่อนมั้ย (flood) สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อรถยนต์มือสองต้องพินิจให้รอบคอบ แล้วเมื่อพิจารณาก็ดีแล้ว ก็ควรจะขอทดลองขับ (test drive) ดูด้วย ว่ารถยนต์คันที่เราสนใจขับรถเป็นยังไงบ้าง แล้วก็ใช้เป็นข้อมูลประกอบกิจการตัดสินใจ (make a decision) ก่อนที่จะทำข้อตกลงจำหน่ายถัดไป ต่อไปนี้ พอเลือกคันที่ใช่ได้แล้ว ลำดับต่อไปก็เป็นกระบวนการซื้อขาย โดยบางทีอาจเป็นการสนทนาต่อรอง (negotiation) กับผู้ครอบครองรถ (car’s owner) โดยตรง หรือเจรจาผ่านกับพนักงานที่ทำหน้าที่ในการขายรถยนต์มือสอง (used car sales person)ตามศูนย์รวมรวบรถยนต์มือสองก็ได้ สิ่งที่ผู้บริโภครถยนต์มือสองจำเป็นต้องพิจารณาถึงก็ไม่แตกต่างจากการซื้อรถยนต์มือชั้นยอดมากแค่ไหนจ้ะ เริ่มจาก พวกเราจะซื้อรถด้วยเงินสด (pay by cash) หรือว่าจะซื้อแบบเงินผ่อน (installment) การซื้อแบบเงินสดก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายแล้วสิ้นสุดกันไป แม้กระนั้นหากซื้อแบบเงินผ่อนจะมีขั้นตอนเพิ่มมากขึ้นหน่อย แล้วก็บางทีอาจต้องแบกภาระดอกเบี้ย (interest) มากขึ้นจากยอดซื้อด้วย โดยผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินดาวน์ (down payment) ถ้าเกิดจ่ายเงินมากมาย ก็เหลือยอดที่จำต้องผ่อนชำระรายเดือน (monthly installment) ลดลง สุดท้าย เรามาลองดูวิธีการใช้ประโยคสัก 2-3 ประโยค แม้เราจะสอบถามเรื่องรถยนต์มือสองกันดูบ้าง What ‘s theContinue reading “คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car”

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car

ตอนนี้ตลาดรถยนต์มือสอง (Used car, Second hand car) แพร่หลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าอดีตมาก อาจเพราะตลาดรถยนต์มือสอง (used car market) มีมากขึ้น คนที่ชอบซื้อรถใหม่ก็ถูกใจต่อรถยนต์กันบ่อยครั้งขึ้น ในช่วงเวลาที่ผู้ที่นิยมรถยนต์มือสองก็ยินดีที่จะใช้รถยนต์มือสองที่ภาวะยังดี และก็ยังมีสมรรถนะ (performance) ดี ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมออกจะมากมาย และไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนไม่น้อยสำหรับการซื้อรถยนต์มือหนึ่งป้ายแดง ซึ่งรวมถึงการชำระเงินค่าภาษีรถยนต์ใหม่ (sales tax on new car) ด้วย วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง กรรมวิธีเลือกซื้อรถยนต์มือสอง พร้อมทั้งทำความเข้าใจคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่พบเจอในวงการกลุ่มนี้กัน ประการแรกเลย ขอแนะนำประเภทของรถยนต์ต่างๆกันซะก่อน รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนนั้นมีหลายชนิดมาก ขึ้นอยู่กับความพอใจและรูปแบบของการนำไปใช้งานของแต่ละคน แบ่งได้เป็น 7 จำพวกหลักๆได้ตามนี้ 1. รถเก๋ง หรือ Sedan2. รถเก๋ง 5 ประตู หรือ Hatchback3. รถยนต์เอนกประสงค์ หรือ Sport Utility Vehicle (SUV)4. รถยนต์สปอร์ต หรือ Sports car5. รถปิคอัพ หรือ Pick up truck6. รถตู้ หรือ Van7. รถเครื่อง หรือ Motorcycleเพียงพอเลือกสไตล์ที่ใช่ จากแบรนด์ที่ถูกใจได้แล้ว เราก็มาดูลักษณะ คุณสมบัติ หรือที่พวกเราเรียกกันว่า function ของรถยนต์กันบ้าง พวก function ที่เป็นจุดเด่นๆของรถยนต์ ที่จะทำให้รถของพวกเราต่างจากรถรุ่นเดียวกัน ดังเช่นว่า ไฟตัดหมอก (fog light) แอร์อัตโนมัติ (automatic air conditioner) หลังคารับแดด (sunroof) หลังคาเปิดประทุน (convertible roof) ระบบสตาร์ทด้วยผู้กระทำดปุ่ม (push start engine) เกียร์อัตโนมัติ (Automatic gear) เกียร์ธรรมดา (manual gear) ฯลฯ แล้วก็รถยนต์รุ่นใหม่ๆบางรุ่นยังมีระบบระเบียบเคลื่อนแบบผสมผสานทั้งพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่และก็ระบบน้ำมัน ที่เราเรียกกันว่า Hybrid car อีกด้วย ซึ่งรถยนต์รุ่นเหล่านี้จะมีราคาสูงมากมายเมื่อเปิดตัวออกสู่ตลาดใหม่ๆแม้กระนั้นราคาตกลง (price down) มากเช่นเดียวกันเมื่อถูกขายเป็นรถยนต์มือสอง นอกนั้น ยังมีสิ่งจำเป็นที่พวกเราควรพิจารณาถึงเป็นอย่างมาก เวลาจะเลือกซื้อรถยนต์มือสอง เช่น จำนวนเจ้าของรถยนต์คันนั้นก่อนหน้าที่จะมาขายให้พวกเรา Number of previous owners) ระยะทางที่รถยนต์ถูกใช้งานมา (mileage validation) เพราะว่าถ้าเกิดรถยนต์ถูกใช้งานมาเยอะแยะ ก็บางทีก็อาจจะสลายตัวไปมากกว่ารถยนต์ที่ถูกใช้งานมาน้อชูว่า ปัจจัยอื่นๆดังเช่นว่า อุบัติเหตุหรือภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ (Accident or Natural disaster) ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ถูกชน(crash) มาหรือไม่ ผ่านการซ่อมมาแล้วเยอะแยะหรือไม่ (repair) หรือถูกขโมย (stolen car) มาหรือไม่ หรือถูกน้ำหลากมาก่อนมั้ย (flood) สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนซื้อรถยนต์มือสองจำต้องพินิจอย่างรอบคอบ แล้วเมื่อพิจารณาดีแล้ว ก็ควรขอทดสอบขับ (test drive) ดูด้วย ว่ารถยนต์คันที่พวกเราพอใจขับขี่เป็นยังไงบ้าง แล้วก็ใช้เป็นข้อมูลประกอบกิจการตัดสินใจ (make a decision) ก่อนที่จะลงนามจำหน่ายต่อไป ทีนี้ พอเลือกคันที่ใช่ได้แล้ว ลำดับต่อไปก็เป็นกรรมวิธีการซื้อขาย โดยอาจเป็นการสนทนาต่อรอง (negotiation) กับผู้ครอบครองรถ (car’s owner) โดยตรง หรือเจรจาผ่านกับพนักงานที่มีหน้าที่ขายรถยนต์มือสอง (used car sales person)ตามศูนย์รวมรวบรถยนต์มือสองก็ได้ สิ่งที่ผู้บริโภครถยนต์มือสองจึงควรนึกถึงก็ไม่มีความแตกต่างจากการซื้อรถยนต์มือหนึ่งเยอะแค่ไหนจ้ะ เริ่มจาก เราจะซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด (pay by cash) หรือว่าจะซื้อแบบเงินผ่อน (installment) การซื้อแบบเงินสดก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายแล้วจบกันไป แต่หากซื้อแบบเงินผ่อนจะมีขั้นตอนเยอะขึ้นเรื่อยๆหน่อย รวมทั้งบางทีอาจจำต้องรับภาระดอกเบี้ย (interest) เพิ่มขึ้นจากยอดซื้อด้วย โดยผู้ซื้อจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินดาวน์ (down payment) ถ้าหากชำระเงินเยอะ ก็เหลือยอดที่ต้องผ่อนหนี้รายเดือน (monthly installment) ลดน้อยลง สุดท้ายนี้ พวกเรามาลองดูวิธีการใช้ประโยคสัก 2-3 ประโยค ถ้าหากเราจะสอบถามเรื่องรถยนต์มือสองกันดูบ้าง What ‘s theContinue reading “คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car”

ศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car

ทุกวันนี้ตลาดรถยนต์มือสอง (Used car, Second hand car) แพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆกว่าอดีตมาก อาจเพราะว่าตลาดรถยนต์มือสอง (used car market) มีเยอะขึ้น ผู้ที่ถูกใจซื้อรถยนต์ใหม่ก็ถูกใจต่อรถยนต์กันหลายครั้งขึ้น ในตอนที่คนที่นิยมรถยนต์มือสองก็ยินดีที่จะใช้รถยนต์มือสองที่ภาวะยังดี และก็ยังมีสมรรถนะ (performance) ดี ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมค่อนข้างมาก และไม่จะต้องจ่ายเงินเยอะๆสำหรับเพื่อการซื้อรถยนต์มือหนึ่งป้ายแดง ซึ่งรวมทั้งการจ่ายเงินค่าภาษีรถยนต์ใหม่ (sales tax on new car) ด้วย วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง กรรมวิธีการเลือกซื้อรถยนต์มือสอง กับทำความเข้าใจคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่พบเจอในแวดวงพวกนี้กัน ตอนแรกเลย ขอแนะนำชนิดของรถยนต์ต่างๆกันซะก่อน รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนนั้นมีหลากหลายประเภทมาก ขึ้นอยู่กับความชอบแล้วก็ลักษณะการนำไปใช้งานของแต่ละคน แบ่งได้เป็น 7 ชนิดสำคัญๆได้ตามนี้ 1. รถเก๋ง หรือ Sedan2. รถเก๋ง 5 ประตู หรือ Hatchback3. รถยนต์เอนกประสงค์ หรือ Sport Utility Vehicle (SUV)4. รถยนต์สปอร์ต หรือ Sports car5. รถปิคอัพ หรือ Pick up truck6. รถตู้ หรือ Van7. มอเตอร์ไซค์ หรือ Motorcycleพอเพียงเลือกสไตล์ที่ใช่ จากยี่ห้อที่ชอบได้แล้ว พวกเราก็มาดูลักษณะ คุณลักษณะ หรือที่เราเรียกกันว่า function ของรถยนต์กันบ้าง พวก function ที่เป็นจุดเด่นๆของรถยนต์ ที่จะทำให้รถของเราแตกต่างจากรถยนต์รุ่นเดียวกัน อาทิเช่น ไฟตัดหมอก (fog light) แอร์อัตโนมัติ (automatic air conditioner) หลังคารับแดด (sunroof) หลังคาเปิดประทุน (convertible roof) ระบบสตาร์ทด้วยผู้กระทำดปุ่ม (push start engine) เกียร์อัตโนมัติ (Automatic gear) เกียร์ปกติ (manual gear) เป็นต้น และรถยนต์รุ่นใหม่ๆบางรุ่นยังมีระบบขับเคลื่อนแบบผสมผสานอีกทั้งพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รวมทั้งระบบน้ำมัน ที่เราเรียกกันว่า Hybrid car อีกด้วย ซึ่งรถยนต์รุ่นเหล่านี้จะมีราคาสูงมากมายเมื่อเปิดตัวออกสู่ตลาดใหม่ๆแม้กระนั้นราคาตกลง (price down) มากมายเช่นกันเมื่อถูกขายเป็นรถยนต์มือสอง นอกเหนือจากนั้น ยังมีสิ่งจำเป็นที่พวกเราควรนึกถึงอย่างมาก เวลาจะเลือกซื้อรถยนต์มือสอง ได้แก่ จำนวนเจ้าของรถยนต์คันนั้นก่อนหน้าที่จะมาขายให้เรา Number of previous owners) ระยะทางที่รถยนต์ถูกใช้งานมา (mileage validation) เพราะว่าหากรถถูกใช้งานมามาก ก็บางครั้งก็อาจจะย่อยสลายไปมากกว่ารถที่ถูกใช้งานมาน้อยกว่า เหตุอื่นๆเป็นต้นว่า อุบัติเหตุหรือภัยจากธรรมชาติ (Accident or Natural disaster) ไม่ว่าจะเป็น รถถูกชน(crash) มาหรือไม่ ผ่านการซ่อมมาแล้วเยอะแยะไหม (repair) หรือถูกลักขโมย (stolen car) มาหรือไม่ หรือถูกน้ำหลากมาก่อนมั้ย (flood) สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภครถยนต์มือสองจะต้องไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วเมื่อพินิจก็ดีแล้ว ก็ควรจะขอทดสอบขับ (test drive) ดูด้วย ว่ารถยนต์คันที่พวกเราพึงพอใจขับรถเป็นยังไงบ้าง รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบกิจการตัดสินใจ (make a decision) ก่อนที่จะทำความตกลงซื้อขายแลกเปลี่ยนถัดไป ต่อนี้ไป พอเลือกคันที่ใช่ได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นกระบวนการจำหน่าย โดยบางทีอาจเป็นการสนทนาต่อรอง (negotiation) กับเจ้าของรถยนต์ (car’s owner) โดยตรง หรือพูดจาผ่านกับพนักงานขายรถยนต์มือสอง (used car sales person)ตามศูนย์รวมรวบรถยนต์มือสองก็ได้ สิ่งที่คนซื้อรถยนต์มือสองจึงควรคำนึงถึงก็ไม่มีความต่างจากการซื้อรถยนต์มือหนึ่งเท่าไหร่ค่ะ เริ่มจาก เราจะซื้อรถด้วยเงินสด (pay by cash) หรือว่าจะซื้อแบบเงินผ่อน (installment) การซื้อแบบเงินสดก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายแล้วสิ้นสุดกันไป แม้กระนั้นถ้าเกิดซื้อแบบเงินผ่อนจะมีขั้นตอนเยอะขึ้นเรื่อยๆหน่อย แล้วก็อาจจำเป็นต้องแบกภาระดอก (interest) มากขึ้นจากยอดซื้อด้วย โดยผู้บริโภคจำเป็นที่จะต้องชำระเงินดาวน์ (down payment) ถ้าจ่ายเงินเยอะ ก็เหลือยอดที่จำต้องผ่อนส่งรายเดือน (monthly installment) น้อยลง สุดท้ายนี้ พวกเรามาลองดูวิธีการใช้ประโยคสัก 2-3 ประโยค ถ้าหากพวกเราจะสอบถามเรื่องรถยนต์มือสองกันดูบ้าง What ‘s theContinue reading “ศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car”

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car

ตอนนี้ตลาดรถยนต์มือสอง (Used car, Second hand car) แพร่หลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าสมัยเก่ามากมาย อาจเนื่องจากตลาดรถยนต์มือสอง (used car market) มีมากขึ้น ผู้ที่ถูกใจซื้อรถยนต์ใหม่ก็ชอบเปลี่ยนรถยนต์กันบ่อยขึ้น ในตอนที่ผู้ที่นิยมรถยนต์มือสองก็ยินดีที่จะใช้รถยนต์มือสองที่สภาพยังดี รวมทั้งยังมีความสามารถ (performance) ดี ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมค่อนข้างมากมาย และไม่จำเป็นต้องชำระเงินเป็นจำนวนมากในการซื้อรถยนต์มือชั้นยอดป้ายแดง ซึ่งรวมทั้งการชำระเงินค่าภาษีรถยนต์ใหม่ (sales tax on new car) ด้วย วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง วิธีการเลือกซื้อรถยนต์มือสอง พร้อมกับทำความเข้าใจศัพท์ภาษาอังกฤษที่พบเห็นในวงการเหล่านี้กัน เริ่มแรกเลย ขอชี้แนะประเภทของรถยนต์ต่างๆกันซะก่อน รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนนั้นมีหลายชนิดมากมาย ขึ้นอยู่กับความพอใจและลักษณะของการนำไปใช้งานของแต่ละคน แบ่งได้เป็น 7 จำพวกหลักๆได้ตามนี้ 1. รถเก๋ง หรือ Sedan2. รถเก๋ง 5 ประตู หรือ Hatchback3. รถยนต์เอนกประสงค์ หรือ Sport Utility Vehicle (SUV)4. รถสปอร์ต หรือ Sports car5. รถกระบะ หรือ Pick up truck6. รถตู้ หรือ Van7. มอเตอร์ไซค์ หรือ Motorcycleพอเลือกสไตล์ที่ใช่ จากยี่ห้อที่ถูกใจได้แล้ว พวกเราก็มาดูลักษณะ คุณลักษณะ หรือที่พวกเราเรียกกันว่า function ของรถยนต์กันบ้าง พวก function ที่เป็นคุณลักษณะเด่นๆของรถยนต์ ที่จะทำให้รถยนต์ของพวกเราต่างจากรถยนต์รุ่นเดียวกัน อาทิเช่น ไฟตัดหมอก (fog light) แอร์อัตโนมัติ (automatic air conditioner) หลังคารับแดด (sunroof) หลังคาเปิดหลังคา (convertible roof) ระบบสตาร์ทด้วยผู้กระทำดปุ่ม (push start engine) เกียร์อัตโนมัติ (Automatic gear) เกียร์ธรรมดา (manual gear) เป็นต้น รวมทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ๆบางรุ่นยังมีระบบระเบียบเคลื่อนแบบผสมผสานทั้งยังกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รวมทั้งระบบน้ำมัน ที่พวกเราเรียกกันว่า Hybrid car อีกด้วย ซึ่งรถยนต์รุ่นพวกนี้จะมีราคาสูงมากมายเมื่อเปิดตัวออกสู่ตลาดใหม่ๆแต่ว่าราคาตกลง (price down) มากมายเหมือนกันเมื่อถูกขายเป็นรถยนต์มือสอง นอกเหนือจากนั้น ยังมีสิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึงอย่างมาก เวลาจะเลือกซื้อรถยนต์มือสอง ได้แก่ ปริมาณเจ้าของรถยนต์คันนั้นก่อนหน้าที่จะมาขายให้เรา Number of previous owners) ระยะทางที่รถยนต์ถูกใช้งานมา (mileage validation) เพราะว่าถ้าหากรถยนต์ถูกใช้งานมามากมาย ก็บางครั้งก็อาจจะเสื่อมสภาพไปมากกว่ารถยนต์ที่ถูกใช้งานมาน้อชูว่า ปัจจัยอื่นๆได้แก่ อุบัติเหตุหรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติ (Accident or Natural disaster) ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ถูกชน(crash) มาไหม ผ่านการซ่อมแซมมาแล้วมากมายไหม (repair) หรือถูกขโมย (stolen car) มาหรือไม่ หรือถูกอุทกภัยมาก่อนมั้ย (flood) สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่คนซื้อรถยนต์มือสองจำต้องไตร่ตรองอย่างละเอียด แล้วเมื่อพินิจพิเคราะห์ก็ดี ก็ควรขอทดลองขับ (test drive) ดูด้วย ว่ารถคันที่เราสนใจขับขี่เป็นยังไงบ้าง แล้วก็ใช้เป็นข้อมูลประกอบกิจการตัดสินใจ (make a decision) ก่อนจะลงนามซื้อขายแลกเปลี่ยนถัดไป ต่อนี้ไป เพียงพอเลือกคันที่ใช่ได้แล้ว ลำดับต่อไปก็เป็นกระบวนการจำหน่าย โดยอาจเป็นการสนทนาต่อรอง (negotiation) กับเจ้าของรถ (car’s owner) โดยตรง หรือพูดจาผ่านกับพนักงานขายรถยนต์มือสอง (used car sales person)ตามศูนย์รวมรวบรถยนต์มือสองก็ได้ สิ่งที่ผู้บริโภครถยนต์มือสองจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงก็ไม่ต่างอะไรจากการซื้อรถยนต์มือชั้นยอดมากแค่ไหนค่ะ เริ่มจาก พวกเราจะซื้อรถด้วยเงินสด (pay by cash) หรือจะซื้อแบบเงินผ่อน (installment) การซื้อแบบเงินสดก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายแล้วสิ้นสุดกันไป แต่ถ้าหากซื้อแบบเงินผ่อนจะมีขั้นตอนเพิ่มมากขึ้นหน่อย แล้วก็อาจจำต้องแบกรับภาระดอก (interest) เพิ่มขึ้นจากยอดซื้อด้วย โดยคนซื้อจะต้องจ่ายเงินดาวน์ (down payment) ถ้าวางเงินมากมาย ก็เหลือยอดที่จำเป็นต้องผ่อนส่งทุกเดือน (monthly installment) ลดน้อยลง ท้ายที่สุด พวกเรามาลองดูวิธีการใช้ประโยคสัก 2-3 ประโยค แม้เราจะสอบถามเรื่องรถยนต์มือสองกันดูบ้าง What ‘s theContinue reading “คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car”

รถยนต์หรูมือสอง รถยนต์ยุโรปมือสองเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงไม่ถึงล้านบาท..!!

เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยอยากจะเป็นเจ้าของ “รถยนต์หรู” ไว้ใช้สักคัน เพื่อทำให้ตามที่ต้องการส่วนตัว หรือบางครั้งอาจจะสร้างความน่านับถือให้แก่ตนเอง แต่ว่าไม่ว่าจะได้ด้วยเหตุก็ตาม ราคาของรถยนต์หรูป้ายแดง ไม่ใช่เล่นๆเนื่องจากว่าไม่ว่าจะด้วยราคาตัวรถเองที่เป็นป้ายแดงมีราคาออกจะมากถึงสูงมาก รวมไปถึงค่าดูแลรักษาต่างๆที่ราคาแตกต่างอย่างชัดเจนกับรถยนต์แบรนด์ประเทศญี่ปุ่น แม้กระนั้นถึงราคาป้ายแดงจะแรงมาก แต่เมื่อกลับกลายมาเป็นรถมือสองแล้วราคาลงอย่างน่าใจหาย บางรุ่นลงกว่าครึ่งนึงของราคาป้ายแดงกันเลย ซึ่งหาซื้อกันได้ง่ายดายใน “ตลาดรถยนต์หรูมือสอง” ทั่วไป มีหลายรุ่น หลายแบบ ให้ได้เลือกจับจองกันเลยทีเดียว และก็ระดับราคาต่างๆก็จะขึ้นอยู่กับสภาพตัวรถเองด้วย ทางเราขอแนะนำ รถหรูมือสอง สัก 5 คัน ที่มีเงินไม่ถึงล้านบาทก็สามารถถือครองได้ง่ายๆ ไปดูกันเลย..!! BMW 523i 2.5 F10 (ปี 2011) Highline Sedan AT รถยนต์หรูจากค่ายใบพัด ในเชื้อสายซีรี่ย์ 5 ด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา แต่ว่าคงจะความสปอร์ต ทำให้รุ่นนี้ยังคงงามทุกยุคสมัย รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่อง 2.5 เบนซิน เกียร์ไฟฟ้า ออฟชั่นมากมาย สนนราคาขายราว 900,000 – 1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพ Toyota MR-S 1.8 (ปี 2004) S Convertible AT เอาอกเอาใจสายรถยนต์สปอร์ตกันบ้างกันเข้า Toyota MR-S สุดได้รับความนิยมตลอดกาล  มากับเครื่อง 1.8  เบนซิน จับคู่กับเกียร์เซไม่ออโต้ 6 สปีด เพิ่มความสนุกสนานให้กับการขับขี่ ถือว่าเป็นรถที่น่าสะสมยิ่งนัก ราคานั้นก็อยู่ราวๆ800,000-980,000 ขึ้นอยู่กับสภาพรถ Volvo S80 2.0 (ปี 2015) D4 Sedan AT มาถึงรถยุโรปอีกหนึ่งคันกับ Volvo S80 คันนี้ให้ความรู้สึกที่เป็นผู้ใหญ่ แล้วก็ความแข็งแรงไม่เป็นอันตรายซึ่งเป็นตัวชูโรงของแบรนด์นี้อยู่แล้ว มากับขุมพลังเครื่องดีเซล 2000 เทอร์โบ ตัวนี้พูดได้ว่าเป็นท๊อปสุดของสายนี้ ออพชั่นเต็มมากมายสำหรับคันนี้ ป้ายแดงราคาอยู่กันที่ 3 ล้านกว่ากันเลยทีเดียว เดี๋ยวนี้ราคาอยู่กันที่ราวๆ850,000 – 950,000 บาท Mercedes Benz C200 (ปี 2011) Kompressor W204 Avantgarde 1.8 Sedan มาดูรถยุโรป ค่ายดาวสามแฉกกันบ้าง กับ Mercedes Benz C200 กล่าวได้ว่าถ้าได้ขับคันนี้แล้วสัมผัสความรู้สึกต่างๆจะต่างกับแบรนด์ประเทศญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ความหรูหรา ความมีระดับ ซึ่งตัวรูปลักษณ์รถยนต์ รวมทั้งแบรนด์สามารถตอบปัญหาให้ด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งยังรวมถึงความอ่อนนุ่มเงียบ ความสะดวกสบายระหว่างการขับขี่ และก็ผู้โดยสาร ที่สามารถเป็นเจ้าของได้เพียงแค่ราว 800,000 – 900,000 บาทเท่านั้นเอง Volvo V60 1.6 (ปี 2014) T4F Wagon AT มาต่อกันที่ รถยุโรป 5 ประตู กันบ้าง กันเจ้า VolvoContinue reading “รถยนต์หรูมือสอง รถยนต์ยุโรปมือสองเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงไม่ถึงล้านบาท..!!”

รถยนต์หรูมือสอง รถยุโรปมือสองเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงแค่ไม่ถึงล้านบาท..!!

มั่นใจว่าหลายคนต้องการจะเป็นเจ้าของ “รถหรู” ไว้ใช้สักคัน เพื่อสนองความต้องการส่วนตัว หรือบางครั้งก็อาจจะสร้างความน่าไว้วางใจให้แก่ตัวเอง แต่ไม่ว่าจะได้ด้วยเหตุก็ตาม ราคาของรถยนต์หรูป้ายแดง ไม่ใช่เล่นๆเนื่องจากว่าไม่ว่าจะด้วยราคาตัวรถยนต์เองที่เป็นป้ายแดงแพงค่อนข้างจะมากถึงสูงมากมาย รวมไปถึงค่าดูแลรักษาต่างๆที่ราคาแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกับรถยนต์แบรนด์ประเทศญี่ปุ่น แต่ถึงราคาป้ายแดงจะแรงมากมาย แต่ว่าเมื่อกลายมาเป็นรถยนต์มือสองแล้วราคาลงอย่างน่าตกใจ บางรุ่นลงกว่าครึ่งนึงของราคาป้ายแดงกันเลย ซึ่งหาซื้อกันได้ง่ายมากใน “ตลาดรถยนต์หรูมือสอง” ทั่วๆไป มีหลายรุ่น หลายแบบ ให้ได้เลือกจับจองกันอย่างยิ่งจริงๆ และก็ระดับราคาต่างๆก็จะขึ้นกับสภาพตัวรถเองด้วย ทางพวกเราขอแนะนำ รถหรูมือสอง สัก 5 คัน ที่มีเงินไม่ถึงล้านบาทก็สามารถครองได้ง่ายๆ ไปดูกันเลย..!! BMW 523i 2.5 F10 (ปี 2011) Highline Sedan AT รถหรูจากค่ายใบพัด ในตระกูลซีปรี่ย์ 5 ด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา แต่อาจความสปอร์ต ทำให้รุ่นนี้ยังคงงามทุกช่วง รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่อง 2.5 เบนซิน เกียร์กระแสไฟฟ้า ออฟชั่นเยอะ สนนราคาขายโดยประมาณ 900,000 – 1,000,000 บาท ขึ้นกับภาวะ Toyota MR-S 1.8 (ปี 2004) S Convertible AT เอาใจสายรถสปอร์ตกันบ้างกันเข้า Toyota MR-S สุดได้รับความนิยมชั่วกัลปวสาน  มากับเครื่อง 1.8  เบนซิน จับคู่กับเกียร์เซมิออโต้ 6 สปีด เพิ่มความเพลิดเพลินให้กับการขับขี่ นับได้ว่าเป็นรถที่น่าสะสมยิ่งนัก ราคานั้นก็อยู่ประมาณ800,000-980,000 ขึ้นอยู่กับภาวะรถยนต์ Volvo S80 2.0 (ปี 2015) D4 Sedan AT มาถึงรถยนต์ยุโรปอีกหนึ่งคันกับ Volvo S80 คันนี้ให้ความรู้ความเข้าใจสึกที่เป็นผู้ใหญ่ รวมทั้งความแข็งแรงไม่มีอันตรายซึ่งเป็นตัวชูโรงของแบรนด์นี้อยู่แล้ว มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องดีเซล 2000 เทอร์โบ ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นท๊อปสุดของสายนี้ ออพชั่นเต็มมากสำหรับคันนี้ ป้ายแดงราคาอยู่กันที่ 3 ล้านกว่ากันอย่างยิ่งจริงๆ ปัจจุบันราคาอยู่กันที่ราวๆ850,000 – 950,000 บาท Mercedes Benz C200 (ปี 2011) Kompressor W204 Avantgarde 1.8 Sedan มาดูรถยุโรป ค่ายดาวสามแฉกกันบ้าง กับ Mercedes Benz C200 พูดได้ว่าถ้าได้ขับคันนี้แล้วสัมผัสความรู้สึกต่างๆจะต่างกับแบรนด์ประเทศญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ความโก้หรู ความมีระดับ ซึ่งตัวรูปลักษณ์รถยนต์ รวมทั้งแบรนด์สามารถตอบปัญหาให้ด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งยังรวมถึงความนิ่มเงียบ ความสบายสบายระหว่างการขับขี่ และผู้โดยสาร ซึ่งสามารถเป็นเจ้าของได้แค่เพียงราว 800,000 – 900,000 บาทเท่านั้นเอง Volvo V60 1.6 (ปี 2014) T4F Wagon AT มาต่อกันที่ รถยุโรป 5 ประตู กันบ้าง กันเจ้า VolvoContinue reading “รถยนต์หรูมือสอง รถยุโรปมือสองเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงแค่ไม่ถึงล้านบาท..!!”

รถยนต์หรูมือสอง รถยุโรปมือสองเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงไม่ถึงล้านบาท..!!

เชื่อว่าผู้คนจำนวนมากอยากจะเป็นเจ้าของ “รถยนต์หรู” ไว้ใช้สักคัน เพื่อทำให้ตามที่ต้องการส่วนตัว หรือบางทีก็อาจจะสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเอง แต่ไม่ว่าจะได้ด้วยเหตุก็ตาม ราคาของรถยนต์หรูป้ายแดง จริงๆๆเพราะเหตุว่าไม่ว่าจะด้วยราคาตัวรถเองที่เป็นป้ายแดงมีราคาออกจะมากถึงสูงมากมาย รวมไปถึงค่าดูแลรักษาต่างๆที่ราคาแตกต่างอย่างชัดเจนกับรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่น แต่ถึงราคาป้ายแดงจะแรงมาก แต่ว่าเมื่อเปลี่ยนไปมาเป็นรถมือสองแล้วราคาลงอย่างน่าตกใจ บางรุ่นลงกว่าครึ่งนึงของราคาป้ายแดงกันเลย ซึ่งหาซื้อกันได้ง่ายดายใน “ตลาดรถหรูมือสอง” ทั่วๆไป มีหลายรุ่น หลายแบบ ให้ได้เลือกจับจองกันเลยทีเดียว และระดับราคาต่างๆก็จะขึ้นกับภาวะตัวรถเองด้วย ทางเราขอเสนอแนะ รถยนต์หรูมือสอง สัก 5 คัน ที่มีเงินไม่ถึงล้านบาทก็สามารถครองได้โดยง่าย ไปดูกันเลย..!! BMW 523i 2.5 F10 (ปี 2011) Highline Sedan AT รถหรูจากค่ายใบพัด ในตระกูลซีปรี่ย์ 5 ด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา แม้กระนั้นคงความสปอร์ต ทำให้รุ่นนี้ยังคงสวยทุกยุคสมัย รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่อง 2.5 เบนซิน เกียร์ไฟฟ้า ออฟชั่นมาก สนนราคาขายประมาณ 900,000 – 1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพ Toyota MR-S 1.8 (ปี 2004) S Convertible AT เอาใจสายรถยนต์สปอร์ตกันบ้างกันเข้า Toyota MR-S สุดฮิตชั่วกับชั่วกัลป์  มากับเครื่อง 1.8  เบนซิน จับคู่กับเกียร์เซมิออโต้ 6 สปีด เพิ่มความสนุกสนานให้กับการขับขี่ ถือได้ว่ารถที่น่าสะสมยิ่งนัก ราคานั้นก็อยู่ราวๆ800,000-980,000 ขึ้นอยู่กับสภาพรถยนต์ Volvo S80 2.0 (ปี 2015) D4 Sedan AT มาถึงรถยุโรปอีกหนึ่งคันกับ Volvo S80 คันนี้ให้ความรู้สึกที่เป็นผู้ใหญ่ และก็ความแข็งแรงปลอดภัยซึ่งเป็นตัวชูโรงของแบรนด์นี้อยู่แล้ว มากับขุมพลังเครื่องดีเซล 2000 เทอร์โบ ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นท๊อปสุดของสายนี้ ออพชั่นเต็มมากมายสำหรับคันนี้ ป้ายแดงราคาอยู่กันที่ 3 ล้านกว่ากันอย่างยิ่งจริงๆ ปัจจุบันนี้ราคาอยู่กันที่ประมาณ850,000 – 950,000 บาท Mercedes Benz C200 (ปี 2011) Kompressor W204 Avantgarde 1.8 Sedan มาดูรถยุโรป ค่ายดาวสามแฉกกันบ้าง กับ Mercedes Benz C200 กล่าวได้ว่าถ้าเกิดได้ขับคันนี้แล้วสัมผัสความรู้สึกต่างๆจะต่างกับแบรนด์ญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ความหรูหราเลิศเลอ ความหรูหรา ซึ่งตัวรูปลักษณ์รถยนต์ รวมทั้งแบรนด์สามารถตอบปัญหาให้ด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งยังรวมถึงความอ่อนนุ่มเงียบ ความสะดวกสบายระหว่างการขับขี่ แล้วก็ผู้โดยสาร ที่สามารถเป็นเจ้าของได้แค่เพียงราวๆ 800,000 – 900,000 บาทเท่านั้นเอง Volvo V60 1.6 (ปี 2014) T4F Wagon AT มาต่อกันที่ รถยนต์ยุโรป 5 ประตู กันบ้าง กันเจ้า VolvoContinue reading “รถยนต์หรูมือสอง รถยุโรปมือสองเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงไม่ถึงล้านบาท..!!”

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car

เวลานี้ตลาดรถยนต์มือสอง (Used car, Second hand car) แพร่หลายเยอะขึ้นกว่าอดีตมากมาย บางทีอาจเพราะตลาดรถยนต์มือสอง (used car market) มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่ถูกใจซื้อรถใหม่ก็ชอบเปลี่ยนรถยนต์กันบ่อยมากขึ้น ในเวลาที่ผู้ที่นิยมรถยนต์มือสองก็ยินดีที่จะใช้รถยนต์มือสองที่ภาวะยังดี และก็ยังมีสมรรถนะ (performance) ดี ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมค่อนข้างจะมากมาย และไม่จะต้องจ่ายเงินมากไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับการซื้อรถยนต์มือชั้นยอดป้ายแดง ซึ่งรวมถึงการชำระเงินค่าภาษีอากรรถยนต์ใหม่ (sales tax on new car) ด้วย วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง กรรมวิธีการเลือกซื้อรถยนต์มือสอง พร้อมด้วยเรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษที่พบเจอในวงการกลุ่มนี้กัน ขั้นแรกเลย ขอเสนอแนะจำพวกของรถยนต์ต่างๆกันซะก่อน รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนนั้นมีหลายชนิดมากมาย ขึ้นกับความชื่นชอบรวมทั้งลักษณะของการนำไปใช้งานของแต่ละคน แบ่งออกเป็น 7 ชนิดสำคัญๆได้ตามนี้ 1. รถเก๋ง หรือ Sedan2. รถเก๋ง 5 ประตู หรือ Hatchback3. รถยนต์เอนกประสงค์ หรือ Sport Utility Vehicle (SUV)4. รถยนต์สปอร์ต หรือ Sports car5. รถกระบะ หรือ Pick up truck6. รถตู้ หรือ Van7. รถเครื่อง หรือ Motorcycleพอเพียงเลือกสไตล์ที่ใช่ จากยี่ห้อที่ชอบได้แล้ว เราก็มาดูลักษณะ คุณสมบัติ หรือที่พวกเราเรียกกันว่า function ของรถยนต์กันบ้าง พวก function ที่เป็นจุดแข็งๆของรถยนต์ ที่จะทำให้รถของพวกเราแตกต่างจากรถยนต์รุ่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ไฟตัดหมอก (fog light) เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ (automatic air conditioner) หลังคารับแดด (sunroof) หลังคาเปิดประทุน (convertible roof) ระบบสตาร์ทด้วยการกดปุ่ม (push start engine) เกียร์อัตโนมัติ (Automatic gear) เกียร์ปกติ (manual gear) เป็นต้น รวมทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ๆบางรุ่นยังมีระบบระเบียบเคลื่อนแบบผสมทั้งกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่และก็ระบบน้ำมัน ที่พวกเราเรียกกันว่า Hybrid car อีกด้วย ซึ่งรถยนต์รุ่นเหล่านี้จะแพงสูงมากมายเมื่อเปิดตัวออกสู่ตลาดใหม่ๆแต่ราคาตกลง (price down) มากมายเหมือนกันเมื่อถูกขายเป็นรถยนต์มือสอง นอกจากนั้น ยังมีสิ่งสำคัญที่พวกเราควรจะนึกถึงเป็นอย่างมาก เวลาจะเลือกซื้อรถยนต์มือสอง ตัวอย่างเช่น จำนวนเจ้าของรถยนต์คันนั้นก่อนหน้าที่จะมาขายให้เรา Number of previous owners) ระยะทางที่รถยนต์ถูกใช้งานมา (mileage validation) เพราะว่าหากรถยนต์ถูกใช้งานมาเยอะ ก็บางทีก็อาจจะย่อยสลายไปๆมาๆกกว่ารถยนต์ที่ถูกใช้งานมาน้อยกว่า ต้นสายปลายเหตุอื่นๆอย่างเช่น อุบัติเหตุหรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติ (Accident or Natural disaster) ไม่ว่าจะเป็น รถถูกชน(crash) มาหรือเปล่า ผ่านการซ่อมแซมมาแล้วมากหรือเปล่า (repair) หรือถูกลักขโมย (stolen car) มาหรือเปล่า หรือถูกอุทกภัยมาก่อนมั้ย (flood) สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภครถยนต์มือสองจำเป็นต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน แล้วเมื่อพิจารณาก็ดีแล้ว ก็ควรจะขอทดสอบขับ (test drive) ดูด้วย ว่ารถคันที่พวกเราพอใจขับขี่เป็นเยี่ยงไรบ้าง รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบกิจการตัดสินใจ (make a decision) ก่อนที่จะทำสัญญาค้าขายถัดไป ทีนี้ พอเลือกคันที่ใช่ได้แล้ว ลำดับต่อไปก็เป็นขั้นตอนการซื้อขายแลกเปลี่ยน โดยบางทีอาจเป็นการพูดจาต่อรอง (negotiation) กับเจ้าของรถ (car’s owner) โดยตรง หรือสนทนาผ่านกับพนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการขายรถยนต์มือสอง (used car sales person)ตามศูนย์รวมรวบรถยนต์มือสองก็ได้ สิ่งที่ผู้ซื้อรถยนต์มือสองจำเป็นจะต้องคิดถึงก็ไม่ต่างจากการซื้อรถยนต์มือชั้นยอดเท่าใดค่ะ เริ่มจาก พวกเราจะซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด (pay by cash) หรือจะซื้อแบบเงินผ่อน (installment) การซื้อแบบเงินสดก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายแล้วสิ้นสุดกันไป แม้กระนั้นหากซื้อแบบเงินผ่อนจะมีขั้นตอนมากเพิ่มขึ้นหน่อย และก็อาจจำเป็นต้องแบกภาระดอกเบี้ย (interest) มากขึ้นจากยอดซื้อด้วย โดยผู้ซื้อต้องจ่ายเงินดาวน์ (down payment) ถ้าชำระเงินเยอะ ก็เหลือยอดที่จำเป็นต้องผ่อนส่งทุกเดือน (monthly installment) ลดลง สุดท้าย พวกเรามาลองดูวิธีการใช้ประโยคสัก 2-3 ประโยค ถ้าพวกเราจะถามเรื่องรถยนต์มือสองกันดูบ้าง What ‘s theContinue reading “คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “รถยนต์มือสอง” ใช้ให้ถูกกับ Used Car”

Design a site like this with WordPress.com
Get started